2007/Jan/04

ในที่สุดก็มาถึงพังค์แบบสุดท้ายๆสุดกันแล้ว T_T ช่างเป็นอะไรที่ลำบากยากเข็นในการหาข้อมูลรูปภาพมั่กๆ แต่ก็เพื่อเพื่อนๆทุกคนที่ชอบเหมือนเราแล้วเรื่องแค่นี้บ่ยั่นค๊า\^0^/...

Japan Punk

เป็นพังค์ที่ประยุกต์ให้เข้ากันกับสไตล์ของญี่ปุ่น ต้นแบบมาจาก UK.Punk บางทีเค้าก็จะนำเสื้อผ้าสไตล์ของญี่ปุ่นมาประยุกต์ใช้ก็ได้ ส่วนตัวอย่างที่จะเห็นได้ชัดๆเลยก็คือเสื้อผ้าที่เห็นจากเรื่อง Nana ของ Ai Yazawa... (โดยส่วนตัวแล้วชอบแฟชั่นแบบนี้ที่สุดเลยค่ะ^_^)

+-+-+ตัวอย่าง+-+-+

โหะๆๆๆ...แนวจริงวุ๊ย!!!

เรื่องนานะค่ะ เท่มั่กๆ ได้ใจๆๆๆๆ ><

ชินจากนานะค่ะ หุหุหุ

เครื่องประดับค่ะ

เป็นเครื่องประดับของชินค่ะ ทั้งเป็นสร้อยและเป็นไฟแช็คในตัวเดียวกัน โห!!...คุ้มค่าๆ

ใช้ได้ๆ

เด็ดๆละก็แต่งแบบนี้เลยค่ะ สุดยอดแล้ว!!!

ฮือๆๆๆ...เรื่องของพังค์หมดซะแล้วอ่า แต่ไม่เป็นไรค่ะเรายังมีสิ่งอื่นๆมานำเสนอให้เพื่อนๆอีกบ่อยๆเลย รับรองว่าไม่ผิดหวังแน่นอนค่ะ แล้วถ้าต้องการอะไรเป็นพิเศษก็บอกนะคะ จะพยายามหามาให้ดูให้ชมกันค่ะ

เมื่อเรื่องของพังค์หมดไปก็ได้ฤกษ์เอาฟิคมาลงแล้วละ หุหุหุ คอยติดตามอ่านกันนะคะ จะพยายามเขียนให้ดีที่สุดค่ะ ขอบคุณที่ติดตามมานะคะ

^-^


edit @ 2007/01/04 18:28:20


edit @ 2007/01/06 21:29:46

2007/Jan/02

ผิวหนังหยาบกระด้างด้วยความหนาวเหน็บ ฉันห่อมือเข้าด้วยกันพร้อมกับเป่าไอสีขาวๆออกจากปากกวาดตามองไปรอบๆด้วยนัยต์ตาสีดำสนิท ผู้คนมักออกมาเดินสังสรรค์ส่งเสียงหัวเราะกันอย่างสนุกสนาน คู่หนุ่มสาวต่างก็เดินจับมือและโอบกอดกันภายใต้เสื้อโค้ทตัวใหญ่ของฝ่ายชาย ใช้ผ้าพันคอที่ฝ่ายหญิงเป็นคนปักมาพันรอบคอด้วยผ้าพันคอผืนเดียวกัน ต้นคริสมาสรายล้อมเมืองโตเกียวไว้เป็นทางยาวคล้ายกับกำแพงที่ทำจากขนสัตว์หยาบๆ ตึกทุกที่ บ้านทุกหลัง หรือแม้แต่คอนโดมีเนียมราคาถูก คนเหล่านั้นต่างก็นำไฟหลากสีมาประดับบ้านของพวกเขา และห้อยตุ๊กตาซานต้าครอสกับกวางเรนเดียร์บนต้นไม้ประจำบ้าน ทุกคนต่างก็ดูยิ้มแย้มและมีความสุขกับเทศกาลที่สุดแสน มหัสจรรย์นี้

เด็กทุกคนต่างก็เฝ้ารอว่าเมื่อใดที่พวกเขาเอาถุงเท้าสีแดงหรืออะไรก็ตามที่สามารถใส่ของที่เด็กคนนั้นๆปราถนาได้โดยลุงอ้วยซานต้าครอสผู้ใจดี ในขณะที่เด็กวัยรุ่นบางกลุ่มก็ออกเที่ยวในยามคำคืนท่ามกลางแสงสว่างสีเขียวแดงและเช่าโรงแรมราคาถูกๆไปมี SEX กันอย่างไม่แยแสคนรอบข้าง ผู้ใหญ่บางคนก็อาจจะติดงานมีธุระยุ่งเหยิงวุ่นวายจนไม่มีเวลาให้กับลูกๆหรือสามีภรรยาของเขาและเธอ ไม่เว้นแม้แต่ผู้สูงอายุที่ห่วงหา อาวรลูกๆหลานๆซึ่งจะเห็นหน้ากันปีละ 3-4 ครั้งเท่านั้น...

...ฉันเฝ้ามองพวกเขาอยู่และมีความสุขที่ได้เห็นงานรื่นเริงที่เต็มไปด้วยสีแดงเหล่านี้...

ฉันเองก็มีงานปาร์ตี้แบบนั้นนะฉันไม่เป็นคนที่ชอบฟุ้งเฟ้อ และก็ไม่มีเงินมากเหมือนกับคนพวกนั้น นึกอิจฉาคนพวกนั้นอยู่เหมือนกันเวลามองดูพวกเค้า แต่งานในวันคริสต์มาสของฉันนั้น ก็ไม่เหมือนใครเช่นกัน ฉันจะบอกให้ว่าทำยังไง...

บ้านของฉันมีเสียงน้ำไหลผ่านอยู่ตลอดเวลา กลิ่นฉุนๆจากท่อน้ำทิ้งทำให้ฉันชินกับกลิ่นต่างๆได้อย่างง่ายดายไฟในห้องเล็กๆที่ฉันสร้างมันขึ้นมาเองมีอยู่ประมาณ 4-5 ดวง ฉันต้องออกไปหาของมาตกแต่งบ้านเพิ่ม วันนี้ฉันหาได้ตั้ง 5 คน เป็นผู้ชาย 1 คน ผู้หญิง 2 คน เด็ก 1 คน แล้วก็ชายสูงอายุอีก 1 คน ฉันจัดแจงเอารวดหนามร้อยเข้าไปที่ข้อเท้าของพวกเขา มัดรวมกันและลากลงมายังบ้านอันแสนอบอุ่นของฉัน ซึ่งอยู่ด้านล่างใจกลางกรุงโตเกียว ไม่เคยมีใครพบเจอที่นี่แม้แต่ทหารหรือตำรวจก็ตาม ที่นี่เหมือนที่ๆถูกปิดตายมาเมื่อ 10 ปีก่อน...

ฉันเอาพวกเค้าวางลงที่พื้นพร้อมกับเอานิ้วแตะที่จมูกของพวกเค้า ให้แน่ใจว่านิ่งสนิทดีแล้วก่อนที่จะนะมีดมาชำแหละพวกเค้าออกเป็นชิ้นๆทีละคนๆ และจัดแจงแบ่งแยกชิ้นส่วนเหล่านั้นให้เป็นหมวดหมู่ ฉันเอาลูกตาของพวกเค้าออกจากเบ้าวิธีนี้ต้องค่อยๆบรรจงหน่อยเพราะถ้าเกิดมีดไปกรีดโดนที่ลูกตาเข้ามันจะทำให้เละและดูไม่สวย ฉันเอาพวกนั้นวางกองกันไว้ก่อน มันน่ารักใช้ได้ทีเดียว จากนั้นก็ใช้คีมเหล็กที่เอามาจากคนงานที่สถานีรถไฟตัดนิ้วของพวกเค้าทีละนิ้วและเอามาเรียงกันให้เป็นระเบียบ ฉันเอานิ้วของพวกเค้ามาทาเป็นสีแดงและเขียวสลับกันไป จากนั้นก็นำไปร้อยกับลวดมันก็จะได้ไฟสีของวันคริสต์มาสที่ไม่เหมือนใครและไม่ต้องใช้จำนวนเงินในการแลกแล้ว

จากนั้นก็จะถึงขั้นตอนที่ลำบากและเลอะเทอะที่สุดแล้ว ฉันถอนหายใจกับขั้นตอนนี้ทุกปีเมื่อคิดถึงเวลาในการทำมันที่เสียไป ฉันค่อยๆเอามีดแร่เนื้อสัตว์มาแร่เนื้อพวกเค้าออกพร้อมกับเลาะกระดูกออกมาทีละท่อนๆจนเหลือแต่ความว่างเปล่าในร่างกายของพวกเค้า จากนั้นก็จัดแจงแยกกระดูกกับลำไส้ หัวใจ สมอง และส่วนอื่นๆ มาไว้เป็นพวกเดียวกัน ฉันนำกระดูกของพวกเค้ามาซ้อนกันพร้อมกับตอกตะปูขันให้กระดูกอยู่ติดกันเป็นชั้นๆ เมื่อฉันทำแบบนี้ไปเรื่อยๆก็จะได้ต้นคริสต์มาสที่มีสีขาวคล้ายกับว่าถูกปกคลุมด้วยหิมะแบบนั้นแหละ เป็นต้นคริสต์มาสที่ไม่เหมือนใครเลยในญี่ปุ่นแห่งนี้ พอนึกได้แบบนี้ก็ทำให้เริ่มมีความรู้สึกภูมิใจเป็นอย่างมากแล้ว...

ขั้นตอนต่อจากนี้ก็ไม่มีอะไรมาก แค่นำไส้ที่แยกไว้มาแขวนตามมุมต่างๆเพื่อที่จะได้ดูเป็นเชือกที่ทำจากกระดาษวาวในวันคริสต์มาส และก็นำลูกตาของแต่ละคนที่มีอยู่ทั้ง 5 คู่ด้วยกัน มาห้อยตามส่วนต่างๆของต้นคริสต์มาสสีขาวโพลน จากนั้นขั้นตอนสุดท้ายก็นำหัวใจของคนที่เด็กที่สุดมาปักไว้ด้านบนทำให้คล้ายกับดาวบนยอดของต้นคริสต์มาสฉันเคยได้ยินมาเหมือนกันว่าหัวใจของเด็กจะเทียบเท่ากับดวงดาราบนฟากฟ้าของทิศเหนือจากนั้นฉันก็นำหัวใจของผู้อาวุโสท่านอื่นๆมาไว้ตรงใจกลางของต้นคริสต์มาสต้นนั้น มันช่างเป็นช่วงเวลาที่มีความสุขอะไรเช่นนี้...

หัวกระโหลกของพวกเค้า ยิ่งเห็นใบหน้านั้นก็ยิ่งรู้สึกถึงความเย็นชา ฉันเอาพวกมันไปวางไว้ใต้ต้นคริสต์มาส ว้าว!!!...มันดูคล้ายกับกล่องของขวัญเลย ดีใจจัง แต่ถ้าในหัวกระโหลกของพวกเค้ามีของขวัญจริงๆก็ดีน่ะสิ แต่นี่มันมีแต่สมองสีแดงสดซึ่งเละแล้วเท่านั้นเอง ใบหน้าที่ดูบิดเบี้ยวของพวกเค้าซึ่งฉันเป็นคนเลาะมันออกมาจากหัวกระโหลกพวกนั้นช่างน่าสมเพศยิ่งนัก ฉันไม่เคยนำชิ้นส่วนนี้มาทำอะไรเลยในวันคริสต์มาส ฉันจึงโยนมันทิ้งลงไปในน้ำจากท่อที่ไหลผ่านหน้า "บ้าน" ของฉัน

เอาละ!?...ทีนี้ฉันก็ว่างงานซะที ฉันเอนตัวลงบนเก้าอี้ที่ทำมาจากเส้นเอ็นที่เอามาสานกัน มันทั้งแข็งแรงและนุ่มสบาย ชาร้อนๆอยู่ใต้จมูกของฉันนี่เอง ฉันค่อยๆจิบมันไปทีละนิดๆพร้อมกับมองศิลปะที่ฉันสร้างสรรค์ขึ้นมาเองอย่างภาคภูมิใจ เสียงเพลงจิงเกิ้ลเบลที่ถูกดัดแปลงเป็นภาษาญี่ปุ่นจากข้างนอกดังก้องกังวานเข้ามาถึงด้านในทำให้คิดว่ามีใครตั้งใจจะให้ฉันร่วมงานพิธีอันแสนวิเศษนั้นด้วย ฉันวางถ้วยชาลงหลับตาพริ้มอย่างสบายใจ

ทันใดนั้นฉันก็ได้ยินเสียงตวาดจากใครบางคนขึ้นมา ทำเอามือที่ฉันเท้าคางอยู่ลื่นพรืด เพื่อนในห้องต่างส่งเสียงหัวเราะชอบใจกัน มีคนส่งเสียงแซวฉันดังระงม ฉันเองก็พลอยหัวเราะไปกับเค้าด้วยและผละออกจากโลกของ "จินตนาการ" ในทันที ฉันบอกขอโทษอาจารย์เป็นการใหญ่แต่ก็ไม่วายถูกต่อว่าอีก เฮ้อ...ให้มันได้อย่างนี้สิ ฉันชอบเหม่อลอยแบบนี้ทุกชั่วโมงเรียนน่ะแหละ แล้วเรื่องแนวนี้ก็จะเข้ามาในหัวของฉันเองโดยไม่ได้ตั้งใจ เล่นซะเพลินไปเลยแฮะ

เอ๊ะ!!...นี่อย่าบอกนะว่าคุณคิดว่าฉันทำแบบนั้นจริงๆน่ะ บอกแล้วว่ามันเป็นเพียงความคิดที่เข้ามาในหัวเฉยๆน่ะ ผิดด้วยหรอ แต่ก็อาจจะนะ ฉันไม่บอกเพื่อนของฉันเหมือนกันเพราะกลัวพวกเธอจะมองฉันด้วยสายตาแปลกๆไปน่ะ แต่ถ้าคิดๆดู ถ้ามีคนคิดแบบนี้เหมือนกับฉันและหยุดมันไม่ได้สักครึ่งหนึ่งของประเทศญี่ปุ่น มันจะเป็นยังไงกันน้า อยากรู้จัง...

สุดท้ายก็ขอให้มีความสุขในวันปีใหม่นะคะ ไม่ว่าคุณจะเท้าคางคิดอะไรในห้องเรียนอยู่ก็ตาม อิอิ














edit @ 2007/01/02 18:14:35
edit @ 2007/01/03 20:54:56
edit @ 2007/01/06 21:30:04

2007/Jan/01

เริ่มแนวพังค์แรงๆกันด้วย...

Punk หรือ UK.Punk

นับได้ว่าเป็นแฟชั่นแบบดั้งเดิมของ Punk เลยทีเดียวแฟชั่นแบบนี้เริ่มตั้งแต่ประมาณยุค 60 ถิ่นกำเนิดของแฟชั่นประเภทนี้คือที่ประเทศอังกฤษ (ไม่น่าเชื่อ...ผู้ดีอังกฤษเนี่ยนะ!!! O_0) เพราะเนื่องจากสมัยนั้นจะเริ่มจากในกลุ่มเล็กๆที่มีการปฏิวัติและเหตุจลาจลกลางเมือง ซึ่งออกจะแนวรุนแรงอยู่มากในสมัยนั้น เช่น การเจาะตามร่างกายการสักและการเพ้นท์ตามร่างกาย อย่างนี้เป็นต้น แฟชั่นแนวนี้จะเน้นโทนสีดำเป็นต้น นิยมทั้งผู้หญิงและผู้ชาย และจะเขียนหน้าเขียนตาด้วยปากกาสีดำ และอาจจะมีส่วนประกอบอื่นๆเป็นผ้าที่ขาดรุ่ยหรือถุงน่องตาข่ายอะไรประมาณนั้น ส่วนเครื่องประดับก็จะเป็นพวกโซ่ ลูกเหล็ก กำไลหนัง และความพิเศษเฉพาะตัวแต่ละคนก็คงจะเป็นทรงผมที่แตกต่างหลากหลายแนวกันไป โดยส่วนใหญ่แฟชั่นแบบนี้จะเห็นได้อย่างมากจากของอเมริกานั่นเอง

+-+-+ตัวอย่าง+-+-+

โหะๆๆๆ เท่ดีๆ ^_^

แบบวง Gazetto นี่ก็เหมือนกันค่ะ ^_^

เจาะเข้าไป -_-

รองเท้าค่ะ เท่มากๆแต่ก็ดูทีท่าว่าจะแพงมากๆด้วยเช่นกัน --"

แหล่มเลยๆ อิอิ

แนวดนตรีแบบพังค์ก็จัดว่าเป็นพังค์แบบหนึ่งนะคะ

แอบถ่ายเหรอฟะ ไหงมัวงี้ --"

ถ้าเห็นง่ายๆก็ประมาณเรนจากเรื่องนานะนั่นละค่ะ

ได้อีกแบบละ เหลือพังค์อีกแบบหนึ่งซึ่งคราวหน้าเราจะมาอัพให้ดูนะคะ รอดูกันด้วยน้า




edit @ 2007/01/03 16:56:26
edit @ 2007/01/03 16:56:58
edit @ 2007/01/06 21:30:19